[FIC KNB] Happy Bithday, Bro

posted on 02 Aug 2014 02:03 by mama-chan in KNB

Fic  Kuroko no Basket > Happy Bithday, Bro <

Paring : Kagami Taika & Himuro Tatsuya

Rate    : PG-13

Story   : Mama

Note : สุขสันต์วันเกิดพ่อคิ้วสองแฉก <3 

--------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้วันที่ 2 สิงหาคม



เวลาเที่ยงคืน


คากามิ ไทกะกำลังมองโทรศัพท์อย่างคาดหวัง


จะโทรมารึเปล่านะ…


เขากำลังคาดหวังให้ ‘พี่ชาย’ โทรมานั้นเอง


แต่ก่อนตอนที่อยู่ที่อเมริกา ฮิมุโระ ทัตสึยะกับ อเล็กซานดรา กราเซียร์ พี่ชายและอาจารย์เป็นคนจัดงานวันเกิดให้เสมอ ในทุกๆเที่ยงคืนของวันที่ 2 สิงหาคมมักจะมีโทรศัพท์หรือข้อความสุขสันต์วันเกิดมาให้เขาก่อนใครเพื่อน


‘ทัตสึยะ :


สุขสันต์วันเกิดนะไทกะ ปีนี้ก็อายุ 12 แล้วนะ มีความสุขมากๆล่ะ ฉันจะเตรียมของขวัญไว้ให้ที่บ้านอเล็กซ์นะ’


‘ทัตสึยะ :


ไงไทกะ สุขสันต์วันเกิดปีที่ 13 เจอกันที่สนามบาสนะ ฉันกับอเล็กซ์มีเซอร์ไพรส์ล่ะ’


‘ทัตสึยะ :


เป็นไงบ้างน้องชาย 14 ปีแล้ว ตอนนี้นายเล่นบาสได้ดีขึ้นหรือยัง ? ที่นี่สนุกดี ฉันอยากเจอนายนะ ส่วนของขวัญฉันฝากไว้กับอเล็กซ์แล้วล่ะ หวังว่านายคงจะชอบ’


‘ทัตสึยะ :


โชคดีนะไทกะ’


คนที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพเสือไฟคอตกทันทีเมื่อย้อนอ่านข้อความเก่าๆจนถึงข้อความสุดท้าย ข้อความแฮปปี้เบิร์ดเดย์ที่ส่งมาทุกปีนั้นสุดแค่ตอนที่เขาอายุ 15 ปี หลังจากมีเรื่องที่สตรีทบาสคราวนั้น เขาก็ไม่ได้รับข้อความใดๆจากพี่ชายอีกเลย แต่พอได้ปรับความเข้าใจกันที่วินเทอร์คัพ ก็คาดหวังว่าปีนี้จะได้ข้อความแท้ๆ…


โธ่...จะโทรไปดีมั้ยเนี่ย…


คงไม่มีใครในโลกจะเชื่อว่านักกีฬาตัวโตๆอย่างเขาจะมานั่งจิกหมอนรอโทรศัพท์เหมือนสาวน้อยรอแฟนโทรหาแบบนี้หรอก คากามิที่กำลังอยู่ในภาวะแพนิคเต็มสตรีมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์อีกฝ่ายที่แอบไปติดสินบนคนหัวม่วงด้วยขนมให้เอามาให้


ไม่สิๆ ทัตสึยะอาจจะไม่มีเบอร์เราก็ได้น่า…

คิดเข้าข้างตัวเองเสร็จสรรพก็กดเบอร์โทรออกทันที


“ตืด…..ขอโทษค่ะ เลขหมายของคุณมีค่าโทรไม่เพียงพอ กรุณาเติมเงิน”


……………………………..

………………………..

……………………

……………….


“WHATTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTT!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”


เป็นความอับอายครั้ง...ไม่แรกหรอก ในชีวิตนี้ที่จะไม่ยอมให้ใครรู้เลยทีเดียว คากามิเดินปึงปังลงไปจากที่พักเพื่อเติมเงินโทรศัพท์แล้วกดโทรออกเดี๋ยวนั้นเลย


“ตืดดด”


เอาล่ะ...จะทักยังไงดีไม่ให้ดูมีพิรุธดีนะ… ‘เฮ้ ทัตสึยะ ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีรึเปล่า วันนี้วันอะไรจำได้ไหม’ ….จะบ้าเรอะ! แบบนั้นก็ไม่ต่างกับโทรไปทวงวันเกิดน่ะสิ แม้จุดประสงค์จะเป็นแบบนั้นก็เถอะ แต่ชัดเจนไปรึเปล่า!


“ตืดดดดด”


งั้นตัดเหลือแค่ … ‘ไงทัตสึยะ ไม่ได้เจอกันนานนะ...สบายดีรึเปล่า’  ดีไหม… บ้าจริง! ใครจะโทรไปถามสารทุกข์สุขดิบกันตอนเที่ยงคืนครึ่งเล่า!!!


“ตืดดดดดดดดด”


ความกล้าที่เคยพองโตนั้นฟีบหดเหลือแค่สองมิลลิเมตรทันทีเมื่อเสียงรอสายยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง จนถึงตอนนี้แหละที่เขากำลังคิดว่าจะวางสายดีไหมนะ เสียงกดรับสายจากอีกฝ่ายก็ดังขึ้นมา


“ไทกะ?” เสียงเรียบๆแต่นุ่มนวลของอีกฝ่ายฟังดูแปลกกว่าเก่าเล็กน้อย บางทีเขาอาจจะไปโทรปลุกอีกฝ่ายก็ได้มั้ง


“อ...เอ่อ...ไง ทัตสึยะ” เท่านั้นแหละ โพยที่เคยเตรียมไว้มากมายก็พลันมลายหายไปจากหัวจนหมด คากามิรู้สึกตัวเองเป็นคนโง่ แต่จะทำยังไงได้เล่า มันไม่ใช่ความผิดเขานี่นา


แต่คนที่โทรไปมันก็เขาไม่ใช่รึไง…


คิดแล้วก็อดกุมขมับเครียดกับตัวเองไม่ได้จริงๆ


“มีอะไรรึเปล่า?” ปลายสายยังคงถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมือนเคย แต่คนที่โทรไปน่ะเหรอ เหงื่อแตกผลั่กๆหาข้ออ้างสารพัดในหัวเต็มที่


“อ..เอ่ออ...อ๋อ! ฉัน..ฉันจะโทรมาถามนายว่าวันหยุดที่ใกล้จะถึงนี้นายมาเล่นบาสกับฉันได้รึเปล่าน่ะ ฮะๆ” ถึงจะหัวเราะแก้เก้อไปแบบนั้นแต่ก็รู้สึกอยากต่อยตัวเองตายสักหมัด บ้าเอ้ย เขาเพิ่งแพ้เราไปหมาดๆยังจะไปชวนเขาอีกเรอะ!


“...” เสียงปลายสายเงียบไปจนเริ่มหวั่นใจว่าทำถูกรึเปล่า คากามินับหนึ่งถึงสามในใจแล้วกำลังจะพูดต่อ เสียงหัวเราะอย่างขบขันก็ดังตามมา “..นายโทรมาหาฉันตอนนี้เพื่อเรื่องนี้น่ะเหรอ?”


นั้นไง… คากามิอยากกัดลิ้นตายกับความโง่ของตัวเองจริงๆ


“เอ่อ…” ยังไงเขาก็โกหกคนๆนี้ไม่ได้หรอก คากามิขยี้หัวพลางเดินไปเรื่อยๆตามถนนที่ร้างผู้คน เขาคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรดี ทวงของขวัญเหรอ...กับคนที่ไม่ได้เจอกันมานานขนาดนี้เนี่ยนะ…


“ได้ ฉันจะไป” อยู่ๆคนปลายสายก็พูดขึ้นมาแม้ยังคงเสียงขบขันอยู่ไม่น้อย คากามินึกโล่งอกก่อนจะพยายามหาเรื่องคุยต่อ


“เออ...คือว่า...ฉัน…”


“ไทกะ” อยู่ๆคนปลายสายก็พูดขึ้นมา คากามิไม่รู้ว่ามันดังกว่าปกติแบบแปลกๆรึเปล่าแต่ก็เงี่ยหูฟัง


“มีอะไรเหรอทัตสึยะ?” หัวใจของเขาเต้นโครมคราม อีกฝ่ายจะจำวันเกิดเขาได้รึเปล่านะ หรือจะว่าเรื่องที่เขาโทรมากวนกัน


“อา...ไม่มีอะไร” ถ้าอีกฝ่ายอยู่ตรงหน้าเขาคงจะจับเขย่าเป็นร้อยทีแล้วค่อยง้างปากสวยๆนั้นให้พูดออกมาให้ได้ แต่ทว่าตอนนี้อีกฝ่ายด้วยอยู่ถึงอากิตะไงเขาเลยทำไม่ได้ แต่ก่อนที่จะได้พ่นไฟใส่สายโทรศัพท์ อีกฝั่งที่เหมือนรู้ก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน “งั้นฉันวางนะ ราตรีสวัสดิ์ ไทกะ”


“อ้าว..เฮ้ย!! ทัตสึยะ! ทัตสึยะ!!!” ทีนี้ล่ะพ่อเสือไฟก็ได้พ่นไฟใส่โทรศัพท์ของจริง เขานั่งยองๆกับพื้นแล้วทึ้งหัวตัวเองไปมาอย่างหมดหนทาง


โอ๊ยยย เจ้างั่งงามิเอ๊ยยยยย ด่าตัวเองไปแบบนั้นแต่ก็อดเศร้าไม่ได้ คนตัวใหญ่คอตกอยู่ได้สักพัก อยู่ๆโทรศัพท์ก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นมาจนต้องยกขึ้นมาดู พอเห็นว่าเป็นเบอร์ใครก็รีบกดรับแทบไม่ทัน


“ท...ทัตสึยะ!?”


“ทำไมเสียงเป็นแบบนั้นล่ะ” เสียงปลายสายยังคงขำเล็กน้อย คากามิขมวดคิ้วก่อนจะพยายามฟังเสียงจากในโทรศัพท์ที่เงียบไป คิ้วสองแฉกขมวดเข้าหากันใจจดใจจ่อพยายามฟังประโยคถัดไปของอีกฝ่าย


“ฉันลืมไปว่า… Happy Brithday นะ… ไทกะ” อยู่ๆเสียงที่ควรอยู่ในโทรศัพท์ก็ออกมากระซิบที่ข้างหู คากามิเบิกตากว้างหันขวับไปหาใครบางคนที่ควรอยู่ที่อากิตะแทนที่จะเป็นโตเกียวเช่นกัน


“ทัต...สึยะ?” ความรู้สึกจุกที่ลำคออย่างบอกไม่ถูก เขาจำไม่ได้ว่ากดวางสายโทรศัพท์ไปหรือปล่อยมันทิ้งไว้ที่พื้นแถวๆนั้น จำได้ก็แต่วงแขนที่โอบรัดอีกฝ่ายเข้ามาจนจมอกแล้วความอบอุ่นของร่างกายอีกฝ่าย


“ฮะๆ เป็นเด็กขี้อ้อนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ” คนตัวผอมกว่าหัวเราะด้วยน้ำเสียงสดใส ฝ่ามือขาวเอื้อมขึ้นมาตบหลังคนกอดเบาๆ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาซุกไหล่ตัวเองอยู่อย่างนั้น


“ของขวัญปีนี้น่ะ...ชอบหรือเปล่า?”


I love it very much!!”


[HQE] โนริสึกิ โยมุ

posted on 10 Jun 2014 21:46 by mama-chan

(ขี้เกียจลงสีวอลเล่ย์ล่ะ ฟฟฟฟ)

 

ชื่อ : โนริสึกิ โยมุ

[ชื่อเขียนด้วยคำว่า โนริ จาก 法 ที่แปลว่ากฏ สึกิ จาก 月 ที่แปลว่าพระจันทร์ โย จาก 世 ที่แปลว่าโลก และ มุ จาก 夢(ยูเมะ) ที่แปลว่าความฝัน]

AKA : โนริ,โยมุ (ใครเรียกโยจจี้จะต่อย…)

อายุ : 17

ส่วนสูง/น้ำหนัก   : 179 / 63

ชั้น : ปีสองห้องสาม

โรงเรียน : เนโคมะ

ตำแหน่ง : ลีเบอโร

วันเกิด : 11 สิงหาคม

หมายเลข : 6 (โม้เอง... อาจเปลี่ยนได้ตามความเหมาะฉม...)

อื่นๆ : เคยเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลและกรีฑา แต่เพราะใช้ขามากเกินไปไม่หยุดพักเลยก็เลยเป็นโรค  Runner's knee แต่ปัจจุบันก็หายแล้ว เพียงแต่ว่างอเข่ามากๆหรือเล่นเกมหนักเป็นเวลานานไม่ค่อยได้ แต่เรื่องนี้ไม่ได้บอกใคร มีปัญหาที่ตอนวอร์มยืดเข่าจนสุดไม่ได้ แล้วก็กระโดดบ่อยๆไม่ได้ด้วย

 
เพิ่มเติม - เกลียดเจ้าบ้าที่ชื่อ อาซายากะ สึบาสะ จากคาราสึโนะ!! 
- รักรุ่นน้องอย่างลำเอียงมาก...
- มีเพื่อนสนิทชื่อทาเคยะ ทาคาชิที่อยู่โรงเรียนเดียวกัน ห้องเดียวกัน... 
- ชอบซาลาเปาไส้เนื้อกับหมูสับ
- ชอบไอศกรีมรสวาซาบิ
- บางทีก็ดูจริงจังจนน่าเบื่อ
- แต่ก็มีมุมหลุดๆรั่วๆโผล่แผล่มออกมาเป็นระยะ
- น็อตหลวม
- บ้าจี้...
- เรียนเก่งนะ ตั้งใจเรียนเพราะปีสามจะได้เล่นต่อ
- ที่มาเป็นลิเบอโรทั้งๆที่สูงขนาดนี้เพราะกระโดดไม่ได้นี่ล่ะ
- หยุดสูงแล้ว จริงๆเป็นคนที่ไม่สูงเพราะพ่อกับแม่ก็ไม่มีใครสูงเกิน 175 ที่โผล่มาเกือบ 180 นี่เพราะเล่นกีฬาล้วนๆ
- ยางรัดผมลูกแก้วสีฟ้าบนหัวนั้นเป็นของขวัญวันเกิดที่น้องสาวซื้อให้
- อยู่หอ
- ที่บ้านมีพ่อ แม่กับน้องสาวหนึ่งคน ตอนนี้เรียนอยู่มัธยมต้น
- เวลาแข่งจะรวบผมที่ปิดตาข้างนึงขึ้นทั้งหมด(เปิดเถิ---)
- มีคำติดปากที่ว่า "อย่าให้บอลตกพื้น! ทำแต้มไปซะเจ้าพวกโง่!" 
 
 
 
EMS OK! 
 
Ko-story OK!
 
Twitter OK! https://twitter.com/Nori_HQE 
 
 

edit @ 16 Jun 2014 00:00:20 by MaMa

[Fic : KNB] After I fell in love with you

posted on 04 May 2014 22:36 by mama-chan in KNB

Title: After I fell in love with you

Author : MaMa

Rating: PG-13 

Pairings: Aomine Daiki X Himuro Tatsuya, Murasakibara Atsushi X Himuro Tatsuya, Kagami Taiga X Himuro Tatsuya




วันนี้ฝนตก


อาโอมิเนะ ไดกิสบถเบาๆพลางทอดสายตามองออกไปยังถนนที่ชุ่มแฉะด้วยหยาดน้ำฝน เสียงรถยนต์ดังขึ้นเป็นระยะ เขากำลังรอรถเมลสายประจำที่ต้องขึ้นเพื่อกลับบ้าน จริงๆจะเดินกลับก็ได้ เพียงแต่เขาไม่อยากเสี่ยงกับการเป็นไข้ในตอนนี้


แม้นักกีฬาอย่างเขาจะเป็นหวัดยาก แต่ฝนแรงขนาดนี้ต่อให้โง่แค่ไหนก็คงไม่วิ่งฝ่าออกไปหรอก



“ฝนบัดซบ” ได้แต่สบถออกไปทั้งอย่างนั้น ดวงตาสีเข้มยังคงทอดมองออกไปแสนไกล



ฝน…



มันทำให้นึกถึงความเหน็บหนาวเล็กๆที่เคยสัมผัสมาเมื่อนานมาแล้ว



ฮิมุโระ ทัตสึยะ



อยู่ๆชื่อนี้ก็แวบเข้ามาในหัวจนเขาต้องย่นคิ้วว่าทำไมตนจึงคิดถึงผู้ชายที่ไม่มีอะไรเลยคนนั้นด้วย แต่จะพูดเช่นนั้นก็ไม่ถูก เพราะผู้ชายคนที่ว่านั้นเคยทำให้เขาละสายตาไปไม่ได้เลยทีเดียว



ดวงตาสีโลหะ เส้นผมที่ดูนุ่มลื่นสีดำ ผู้ชายที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำฝนคนนั้นช่างดูอ่อนแอเหลือเกิน



เขาจึงเอื้อมมือออกไป แตะลงบนไหล่บางที่ห่อลู่ จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันก่อนรอบชิงชนะเลิศวินเทอร์คัพ เขาก็แค่บังเอิญผ่านไปเจอ “พี่น้อง” สองคนนี้คุยกันอยู่



ภาษาอังกฤษที่ไม่ยากเกินความเข้าใจ แม้จะไม่มั่นใจเลยจำไปถามรุ่นพี่อิมะโยชิอีกครั้ง แต่คำตอบที่ได้มาก็ชัดเจนเพียงพอ



เสื้อนอกตัวหนานั้นไม่ได้ปกปิดอะไรไว้ได้มากนัก เขาสังเกตุเห็นอย่างชัดเจนว่าไหล่ที่เคยตั้งตรงกำลังสั่น คากามิ ไทกะนั้นกลับเข้าไปด้านในโดมแล้วเพราะเสียงเรียกของอดีตเงาของตัวเขาเอง เหลือไว้เพียงคนที่เจ้าตัวเรียกว่า “พี่ชาย”​ อยู่กลางสนามเท่านั้น



“...” คนๆนั้นยังไม่พูดอะไร จริงๆแล้วมันก็เป็นเรื่องที่น่ารำคาญ...เขาไม่อยากยุ่งกับเรื่องของชาวบ้าน แต่ฮิมุโระ ทัตสึยะนั้นต่างออกไป



“ฝนตกแล้ว” สุดท้ายก็เป็นเขาที่ทำลายความเงียบขึ้นมา อาโอมิเนะลองพูดออกไปช้าๆแต่ก็มั่นใจว่าดังพอจะให้อีกคนหลุดจากภวังค์



“งั้นเหรอครับ” เสียงเรียบเรื่อยที่ตอบกลับมานั้นช่างฟังดูไร้อารมณ์ใดๆ บางทีผู้ชายคนนี้อาจจะเหมือนกับอดีตกัปตันของเขาก็ได้ล่ะมั้ง



“งั้นเรา...กลับเข้าไปข้างในกันเถอะ”



อาโอมิเนะบอกตัวเองในตอนนั้นได้เลยว่า เขาไม่เคยลืมรอยยิ้มอันโศกเศร้านั้นเลยสักครั้งเดียว














คากามิ ไทกะก้มมองแหวนสีเงินเกลี้ยงด้วยแววตาที่แม้แต่ตัวเองก็ยังบอกไม่ถูก



นานแล้วที่เขาไม่ได้เจอกับ “พี่ชาย” นับตั้งแต่จบวินเทอร์คัพ ฮิมุโระ ทัตสึยะกลับอากิตะไปแทบจะทันทีหลังจากที่ผลประกาศสิ้นสุดลง


คำพูดที่ว่ายอมรับได้นั้นน่ะ...โกหกสินะ



แม้เขาจะเป็นคนที่ไม่ค่อยเข้าใจอะไรรอบตัวมากนัก แต่กับคนที่สำคัญนั้น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะไม่รู้สึกตัว



เมลล์ที่ส่งไปให้...ก็ตอบกลับบ้านเป็นครั้งคราว แต่ไม่บ่อยนัก โทรศัพท์ที่โทรหา...ก็ไม่ค่อยรับ หนักสุดก็ตัดสายทิ้ง หรือไม่ก็ให้มุราซากิบาระ อัทสึชิรับสายแทน



“อ๋า ก็มุโระชินไม่อยากคุยกับนายนี่นา”



“ตื้อมากๆคงโดนเกลียดแล้วล่ะสิ”



“เลิกโทรมาสักทีได้มั้ย บากะกามิ แบบนี้มันน่ารำคาญนะ”



และอีกถ้อยคำสารพัดที่แสนจะเจ็บแสบจนสุดท้ายคากามิก็เลิกโทรไปแล้วใช้วิธีการส่งเมลล์แทน แม้มันจะช้าสักหน่อย แต่อย่างน้อยถ้าเป็นเมลล์อีกคนก็ตอบข้อความของเขาล่ะนะ



‘ไทกะ ช่วงนี้ฉันติดสอบน่ะ

อาจจะไม่ค่อยได้ตอบข้อความนะ

นายเองก็อ่านหนังสือได้แล้ว’



ข้อความสุดท้ายสั้นๆที่ถูกส่งมาเมื่อสองวันก่อนนั้นถูกเปิดอ่านซ้ำไปซ้ำมา คากามิมองชื่อคนส่งแล้วยิ้มบาง อย่างน้อยก็ยังเป็นห่วงเป็นใยกันสินะ พอคิดว่าไม่ได้โดนเกลียดก็รู้สึกดีขึ้นมาทันที



“จริงๆแล้วคากามิคุง คิดยังไงกับฮิมุโระซังงั้นเหรอครับ?”



อยู่ๆคำถามที่คุโรโกะ เท็ตสึยะ คู่หูของเขาถามก็ย้อนกลับเข้ามาในหัว ในตอนนั้นเขาได้แต่หัวเราะแล้วบอกออกไปตรงๆว่า “ก็พี่น้องกันน่ะสิ” แม้คุโรโกะจะยังไม่เชื่อนัก แต่ก็ไม่ได้ซักไซร้อะไรต่อ


ก็เป็นแค่พี่น้องกันจริงๆนี่



เขาคิดขณะที่เหม่อมองเพดานสีสะอาด เขานั้นนับถือทัตสึยะเป็นพี่ชาย เพราะได้รับการสอนอะไรต่างๆมามากมาย ทั้งความช่วยเหลือ ทั้งเรื่องบาส



ตอนนี้ก็ได้กลับมาเป็นพี่ชายแล้วจริงๆนี่?



แต่เขารู้ ทัตสึยะที่เขารู้จักนั้นไม่มีทางละทิ้งความตั้งใจของตัวเองเพราะแค่แพ้เขาหรอก แต่เหมือนว่าจำเป็นต้องยอม จำต้องยอม



ก็เขาเองไม่ใช่เหรอที่บีบให้อีกคนต้องยอม?



คากามิหมุนแหวนวงนั้นไปมา



เขาก็แค่อยากจะแน่ใจว่าคนๆนั้นจะยังอยู่ข้างๆเขาก็เท่านั้นเอง


























วันนี้ชมรมหยุด



มุราซากิบาระ อัทซึชิกำลังนอนกินขนมอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่พิเศษ ห่อขนมที่กินหมดแล้วมากมายวางกระจัดกระจายอยู่รอบๆ ชมรมบาสเกตบอลโยเซ็นนั้น ตัวจริงจะได้รับการงดซ้อมเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ แต่เพราะหลังจากวินเทอร์คัพแล้ว ขาของเขาที่ถูกใช้งานมากเกินไปนั้นถึงขีดจำกัดที่ต้องหยุดพัก มาซาโกะ อากิระจึงบอกให้เขาพักจนกว่าขาจะหาย



ถึงจะน่าเบื่อที่ต้องเอาแต่นอนพักรอให้ขาหาย แต่พอได้กินขนมมากมายที่ฮิมุโระ ทัตสึยะอุตส่าห์ไปซื้อมาให้ก็เริ่มหายหงุดหงิดขึ้นมา



เพราะว่าคนอื่นที่คุมเขาไม่ค่อยจะอยู่นัก แม้จะเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันแต่ก็น้อยมากที่จะสนิท ยิ่งรุ่นพี่ปีสองปีสามยิ่งไม่ต้องพูดถึง จะมีก็แต่ฮิมุโระนี่ล่ะที่ยังพอคุมเขาได้ ในสายตาคนนอกก็คงจะบอกว่าสนิทล่ะนะ



แล้วพวกเขาสนิทกันจริงๆรึเปล่านะ?



อยู่ๆมุราซากิบาระก็คิดขึ้นมาเล่นๆ แต่จากตอนแรกที่คิดแบบเรื่อยเปื่อย อยู่ๆเขาก็คิดอย่างจริงจังขึ้นมา



มุโระชินน่ะอยู่ปีเดียวกับหลิวชิน เพื่อนก็เยอะแยะ (แน่นอนว่ารวมถึงพวกผู้หญิงด้วย) จริงๆแล้วถ้าถามเขาว่าตอนนี้เขาสนิทกับใคร ตัวเขาก็คงตอบว่ามุโระชิน แต่มุโระชินล่ะ จะตอบว่าเป็นเขารึเปล่า



พอคิดถึงตรงนี้คนที่นอนอยู่ก็เด้งพรวดขึ้นมานั่งทันที



ถ้าถามว่ารู้อะไรเกี่ยวกับฮิมุโระ ทัตสึยะบ้าง มุราซากิบาระ อัทสึชิก็คงตอบได้แค่ลักษณะภายนอกคร่าวๆ พวกวันเกิด กรุ๊ปเลือด มือข้างที่ถนัด อาหารที่ชอบ แต่ถ้าถูกถามลึกไปกว่านั้น ตัวเขาเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน



พอคิดกลับกันแล้ว… ดวงตาสีม่วงกวาดมองขนมที่อยู่รอบห้อง ขนมหลากยี่ห้อแต่เลือกมาเฉพาะรสชาติที่เขาชอบ แม้ว่าจะมีขนมน้อยชิ้นมากที่เขาไม่ชอบก็เถอะ แต่ทั้งหมดนี่คือรสชาติที่ชอบที่สุดที่ฮิมุโระคนนั้นเลือกมาให้



ทั้งวิชาที่ถนัด วิชาที่ไม่ถนัด ลักษณะการเล่น การพาสลูก ของที่ชอบ เกมที่ถนัด แม้แต่เบอร์โทรศัพท์ของเขาเจ้าตัวก็จำได้แม้ไม่ต้องเมมลงโทรศัพท์ด้วยซ้ำ


อยู่ๆคำพูดของฟุคุอิ เคนสุเกะรองกัปตันก็แวบเข้ามาในหัว



“แบบนี้ก็มีฮิมุโระดูแลนายอยู่คนเดียวน่ะสิ ถ้านานๆไปหมอนั้นเกิดไม่อยากดูแลนายแล้วขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ หัดดูแลตัวเองได้แล้วเจ้าบ้า”



หรือคำพูดของคนในทีมสอง



“ฮิมุโระซังดูแลมุราซากิบาระขนาดนั้นทั้งๆที่หมอนั้นไม่สนใจเนี่ย เก่งจังเลยนะ”



“พอนานๆไปเดี๋ยวก็เลิกเองแหละมั้ง”



จริงอยู่ที่ว่ามุโระจินของเขาน่ะชอบบ่น ทำตัวเหมือนคุณแม่เข้าไปทุกที ถึงจะตามใจแต่บางทีก็ขัดใจมากซะจนน่าหงุดหงิด



แต่ถ้าให้อีกคนเลิกทำเหมือนที่เป็นอยู่นี่น่ะ ไม่เอาหรอกนะ!!



ชั่วขณะหนึ่งที่มุราซากิบาระคิดได้ แต่ก็แค่ชั่วขณะหนึ่งเท่านั้นแหละนะ…

 
---------
 
โคตรพ่อโคตรแม่อินโท----- #ไม่
 
โปรเจ็คฆ่าตัวตายกับสามแพริ่งใหญ่ด้านบนค่ะ...เนื่องจากไม่มีอะไรทำ(งานน่ะมีแต่ไม่มีสติทำงาน) 
 
กลับมาพร้อมคู่ออลน้ำแข็งค่ะ 
 
...
 
จะโดนเหยียบมั้ย ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
 
วันนี้งานบาสสนุกมากค่ะ สอยม่วงน้ำแข็งกลับมาเยอะแยะมากมาย
 
รู้สึกฟิน /สะบัด/
 
จบโปรเจ็คออลน้ำแข็งแล้วจะไปน้ำแข็งออลแล้วต่อด้วยเหลืองออลค่ะ 555 #แรร์สะบัด

edit @ 4 May 2014 23:46:53 by MaMa