[Ewaw Fiction] -Blood- Burn Born

posted on 06 May 2013 20:08 by mama-chan in EWAW
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
*เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฟิคเรื่องนี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับบุคคลจริงหรือสถานที่จริงแต่ประการใด กรุณาใช้วิจารณณานในการอ่านนะคะ*
 
 
ยามเมื่อเราก้าวเดินเมื่อใด
 
เราต้องยอมรับชะตากรรมที่จะก้าวตกลงไปในเหวลึกเมื่อนั้น
 
 
 
Unternehmen Barbarossa
 
 
รับรู้ถึงรสคาวคลุ้งของโลหิตที่ล้นทะลักออกมาจากริมฝีปาก ใบหน้าครึ่งเสี้ยวนั้นถูกปกคลุมไปด้วยหิมะและหยาดเลือด เส้นผมสีขาวผ่องยาวสยายไปทั่วพิ้นสีเดียวกับมัน
 
"ผมเตือนเธอแล้ว..." เสียงนั้นพูดขึ้นเหนือร่างที่นอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาสีเขียวเย็นชาผิดปกติ ดาบปลายปืนเชิดคางร่างที่ไร้หนทางสู้นั้นขึ้นมา
 
"กลับไป" เสียงนั้นออกคำสั่ง "กลับไปเสีย..." 
 
"ฉันไม่มีทาง...หันหลังกลับได้อีกแล้ว" มือบางกำปลายดาบแน่นจนมันบาดผิว ดวงตาสีแดงสดแวววาวทั้งๆที่ตนตกเป็นรอง 
 
เธอจะไม่กลับไปมือเปล่า...
 
เธอจะไม่...มีวันยอมแพ้! 
 
รอยแผลที่เพิ่มขึ้นมาที่ฝ่ามือเรียกสติที่กำลังถูกความหนาวเหน็บกัดกินกลับมาช้าๆ เธอเลื่อนมือไปจับปลายกระบอกแล้วกระชากมันลงมาพร้อมกับร่างของผู้ถืออาวุธ ร่างที่ไม่ทันตั้งตัวล้มคลุกลงกับพื้นก่อนจะถูกหญิงสาวในชุดทหารขาดวิ่งขึ้นคร่อม มือบางกำแน่นเงื้อขึ้นสูงก่อนจะเหวี่ยงลงมาใส่ใบหน้าขาวจนมันขึ้นสีช้ำ
 
"คุณนั้นแหละที่ต้องกลับไป มอสโคว!" เธอเงื้อมือขึ้นต่อยหน้าคนที่โดนทับอยู่เบื้องล่างอีกครั้ง 
 
"เธอก็รู้ว่าไม่มีทางชนะผมได้" มอสโควพูดเสียงพร่า เลือดสีแดงสดไกลย้อนออกมาจากจมูก "โคนิซเบิร์ก..."
 
"เงียบ!" ร่างเล็กกำลังร้อนรน ไม่ใช่ว่าเธอไม่สำเนียกตัวเองว่าตนมีกำลังเท่าใด วันนี้ ณ ที่นี้... จิตวิญญาณผู้ผ่านสมรภูมิมามากมายรับรู้ได้ถึงอันตรายที่กระชันชิดเข้ามา
 
"เธอควรจะยอมรับตัวเองนะ ถือเป็นกรรมที่ทำกับอลีนาไงล่ะ" เสียงของอันโนนเรียบเย็นขึ้นทุกขณะ ดวงตาสองสีจ้องลึกประสานกัน
 
"มันเป็นสิ่งที่คนอ่อนแอควรจะได้รับ" เธอพูดด้วยความขึ้งโกรธ 
 
"แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เธอสมควรทำกับน้องสาวของผม!" ร่างสูงกว่าผลิกกลับขึ้นมาคร่อมร่างเล็กแล้วบีบคอแน่น "พวกเธอ ทำลายเลนินกราดทั้งเมือง ตอนที่ผมเห็นอลีนา..." เล็บคมจิกลึกลงไปที่ลำคอขาว สั่นเทาไปด้วยความโกรธแค้น
 
"เหมือนเธอตายทั้งเป็น" เสียงกัดฟันกรอดลอดเข้ามาในโสตประสาท ร่างบางที่ตกเป็นรองดิ้นหนีจากเงื้อมือของคนที่บีบคอแน่น
 
"รู้มั้ย...ว่าพวกผมนะไว้ใจพวกเธอมากขนาดไหน" อันโนนกล่าวด้วยเสียงราบเรียบไร้จังหวะใดๆ "พวกเราเชื่อ...เชื่อพ่อของเธอว่าจะรักษาสัญญา แม้หน่วยข่าวกรองหรือคุณสวีเดนจะเตือนแค่ไหน คุณพ่อก็ยังเชื่อว่าคุณจะไม่หันคมดาบใส่เรา"
 
"แล้วนี่น่ะเหรอคือสิ่งที่คุณตอบแทนความเชื่อใจนับร้อยปีที่สั่งสมมา ตอบผมสิ!" ความโกรธกำลังเข้าครอบงำจิตใจของเธอช้าๆ  แรงบีบมาขึ้นจนร่างเล็กเริ่มหายใจไม่ออก
 
"อา...ฟังเสียงสิ" รอยยิ้มเยาะเผยขึ้นที่มุมปาก เสียงพายุกำลังหมุนวนอยู่ในอากาศและใกล้เข้ามา พร้อมๆกับเสียงฝีเท้าของใครสักคนที่คุ้นเคย ดวงตาสีแดงสดเบิกกว้างก่อนจะค่อยๆหันหลังกลับไป
 
"เขา มาแล้ว"
 
 
 
 
"ผมเตือนท่านแล้ว" เสียงทุ้มของกิลเบิร์ตดังไปทั่วบริเวณ หลังจากที่พวกเขานั้นได้ถอยทัพกลับมาจากมอสโคว ท่านผู้นำนั้นได้เรียกเขาเข้าไปต่อว่าอย่างหนักถึงยุทธการบาร์บารอสซาที่ล่มไป หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมงกว่ากิลเบิร์ตจะขอตัวออกมาได้ บานประตูถูกปิดปังอย่างแรง แม้ว่าเสียงด่าทอต่อว่าจะตามมาเขาก็ไม่ได้สนใจนัก สองขาก้าวยาวๆพาเขาเดินต่อไปก่อนจะมาหยุดชะงักที่สวน
 
"มาเรีย..." เสียงเรียกของเขาทำให้เธอที่กำลังเอื้อมมือจับผีเสื้อชะงัก ใบหน้าหวานที่ครึ่งหน้าถูกปิดทับด้วยผ้าพันแผลหันไปมองอีกฝ่าย
 
"บอสว่ายังไงบ้างคะท่านพ่อ?" เธอถามเมื่้อเขาเดินเข้ามาใกล้ กิลเบิร์ตส่ายหัวนิดๆ "ฉันบอกแล้วว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้..."
 
"นี่คือความต้องการของลุดวิก บางที..."
 
"ความต้องการไร้ประโยชน์ของเขากำลังทำลายเราทุกคน" ร่างบางเถียงกลับเสียงแข็ง มือที่สามารถขยับได้อย่างอิสระเพียงมือเดียวนั้นกำกางเขนเหล็กที่ประดับเสื้อของตนไว้แน่น "เราต่างรู้ว่าเสียเปรียบ"
 
"มาเรีย" เสียงอ่อนล้าของกิลเบิร์ตทำให้เธอหยุดพูด "มันคือคำสั่งของผู้นำ" 
 
"ผู้นำที่ทำให้เราอับอาย" มาเรียว่า "เขาสั่งให้เราตีรัสเซียหลังจากเซ็นสัญญาโมโลตอฟ-ริบเบนทรอพแค่สองปีเท่านั้น เขาทำให้ท่านพ่อต้องทรยศ"
 
"อีวานก็จะทรยศเราเหมือนกับที่เราทำ" คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างไม่พึงใจนัก "หมอนั้นเองก็หาโอกาศบุกเราเหมือนกัน"
 
"แต่ท่านพ่อรู้ดีว่าไม่ควรบุกเข้าไปถึงมอสโคว" เธอสวน "เราจะไม่ชนะเขา ในแผ่นดินของเขา และแน่นอน...ในฤดูหนาว" ดวงตาสีแดงทอแววโกรธเคือง
 
"มันเป็นคำสั่ง เรามีหน้าที่แค่ปฏิับัติตาม มันยากฉันรู้ แต่เราก็ต้องทำ" ฝ่ามือหน้ายีหัวร่างเล็กกว่าไปมาอย่างระวังก่อนจะหัวเราะด้วยเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง "ไปเถอะมาเรีย เรายังมีอีกหลายเรื่องต้องทำ อย่ากังวลไปเลย"
 
แว่วเสียงถอนหายใจเบาๆจากร่างบาง เธอพึมพำบางอย่างก่อนจะก้าวเดินตามคนตัวสูงไป 
 
"รีบไปก็ดีค่ะ ฉันยังไม่อยากเจอหน้าเบอร์ลิน"
 
 
 
ขณะเดียวกัน รัสเซีย
 
"พ่อครับ" ร่างสูงของใครสักคนเดินออกมาจากเงามืด "อลีน่าได้สติแล้ว"
 
"งั้นเหรอ" อีวานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาสีม่วงจ้องไปยังทุ่งน้ำแข็งเบื้องหน้า
 
"ไปกันเถอะ..."
 
"ไปทวงคืน..พี่น้องของเรา"
 
 
---------------------------------------------------------------------------------------------
 
สยเาสยนำ่เำน่เำนยาดไนยดสไบดยสไบดยสไบาไำน่รด่ำนยาดบไยสดบย //ตายห่ะ// 
ขอบคุณ @secretsincere  ที่ให้ยืมมอสโคววว โฮรววววว นี่มันใครรรรร
เดากันไปนะว่าคนที่เดินออกมากับอิีวานเป็นใคร...ถถถถถ
ความจริงมีคนที่คิดไว้อยู่แล้วแหละ...แต่เค้าไม่ออน เลยยังไม่ได้ขอ //พราก// 
 
ก่อนอื่น...อธิบายรายบรรทัด
 
Unternehmen Barbarossa หรือ ปฏิบัติการบาร์บารอสซา เป็นปฏิบัติการที่เยอรมันใช้รุกเข้าไปในรัสเซีย โดยทำการบุกกินพื้นที่ภาคพื้นดินทั้งหมดไปเรื่อยๆตั้งแต่เคียฟเป็นต้นไป (อ่านต่อได้ที่ จิ้ม)
 
Leningrad ในยุทธการบาร์บารอสซา เยอรมันได้ทำการปิดล้อมเลนินกราด(เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในปัจจุบัน)เป็นระยะเวลาเกือบ 900 วัน ก่อความเสียหายรุนแรงที่สุดเท่าที่เมืองรัสเซียหรือเมืองที่เข้าร่วมสงครามโลกจะโดน ว่ากันว่าสงครามที่เลนินกราดนั้นเป็นสงครามที่โหดร้ายและสร้างความสูญเสียมากที่สุดในสงครามโลกเลยทีเดียว (เพิ่มเติมได้ที่เอนทรี่ จิ้ม กับ จิ้ม)
 
สัญญาโมโลตอฟ-ริบเบนทรอพ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สนธิสัญญาไม่รุกรานกันระหว่างเยอรมนีกับสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต ง่ายๆก็คือพี่น้องด๊อยจะไม่ไปรุกรานกับอีวาน (อ่านฉบับเต็มได้ที่ จิ้ม)
 
สาเหตุที่ทำให้ต้องถอยทัพกลับ สั้นๆง่ายๆ... ฤดูหนาวมาเยืือนค่ะ... (อ่านแบบละเอียดได้ที่ จิ้ม)
 
 
 
แผนภาพการตีโซเวียตในยุทธการบาร์บารอสซ่า
 
 
 
เยอรมันในตอนนั้น
 
 
 

 

edit @ 9 May 2013 07:56:59 by MaMa

edit @ 10 Dec 2013 22:29:04 by MaMa

Comment

Comment:

Tweet

กรี้ดดดดดดดดดดดดดดด ได้ใจมากกกกกกกกกกกกกฟหกฟหกฟหกฟหกฟหฟหหกฟก  รีบมาเจิมโดยด่วน แอร้ยยยย
 ดีจัง อ่านจบแล้วมีเกร็ดประวัติให้ด้วย  /ทางนี้อีนี่ลืมใส่เกร็ดประวัติอ่ะ /พรากกกกกกกก   
ภาษาดีแล้วนะจ้ะ ไม่ต้องไปถล่มตัวอีกล่ะ //ตบบ่าผุๆ

#1 By Aki_Zen on 2013-05-08 15:14