[FIC KNB] Happy Bithday, Bro

posted on 02 Aug 2014 02:03 by mama-chan in KNB

Fic  Kuroko no Basket > Happy Bithday, Bro <

Paring : Kagami Taika & Himuro Tatsuya

Rate    : PG-13

Story   : Mama

Note : สุขสันต์วันเกิดพ่อคิ้วสองแฉก <3 

--------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้วันที่ 2 สิงหาคม



เวลาเที่ยงคืน


คากามิ ไทกะกำลังมองโทรศัพท์อย่างคาดหวัง


จะโทรมารึเปล่านะ…


เขากำลังคาดหวังให้ ‘พี่ชาย’ โทรมานั้นเอง


แต่ก่อนตอนที่อยู่ที่อเมริกา ฮิมุโระ ทัตสึยะกับ อเล็กซานดรา กราเซียร์ พี่ชายและอาจารย์เป็นคนจัดงานวันเกิดให้เสมอ ในทุกๆเที่ยงคืนของวันที่ 2 สิงหาคมมักจะมีโทรศัพท์หรือข้อความสุขสันต์วันเกิดมาให้เขาก่อนใครเพื่อน


‘ทัตสึยะ :


สุขสันต์วันเกิดนะไทกะ ปีนี้ก็อายุ 12 แล้วนะ มีความสุขมากๆล่ะ ฉันจะเตรียมของขวัญไว้ให้ที่บ้านอเล็กซ์นะ’


‘ทัตสึยะ :


ไงไทกะ สุขสันต์วันเกิดปีที่ 13 เจอกันที่สนามบาสนะ ฉันกับอเล็กซ์มีเซอร์ไพรส์ล่ะ’


‘ทัตสึยะ :


เป็นไงบ้างน้องชาย 14 ปีแล้ว ตอนนี้นายเล่นบาสได้ดีขึ้นหรือยัง ? ที่นี่สนุกดี ฉันอยากเจอนายนะ ส่วนของขวัญฉันฝากไว้กับอเล็กซ์แล้วล่ะ หวังว่านายคงจะชอบ’


‘ทัตสึยะ :


โชคดีนะไทกะ’


คนที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพเสือไฟคอตกทันทีเมื่อย้อนอ่านข้อความเก่าๆจนถึงข้อความสุดท้าย ข้อความแฮปปี้เบิร์ดเดย์ที่ส่งมาทุกปีนั้นสุดแค่ตอนที่เขาอายุ 15 ปี หลังจากมีเรื่องที่สตรีทบาสคราวนั้น เขาก็ไม่ได้รับข้อความใดๆจากพี่ชายอีกเลย แต่พอได้ปรับความเข้าใจกันที่วินเทอร์คัพ ก็คาดหวังว่าปีนี้จะได้ข้อความแท้ๆ…


โธ่...จะโทรไปดีมั้ยเนี่ย…


คงไม่มีใครในโลกจะเชื่อว่านักกีฬาตัวโตๆอย่างเขาจะมานั่งจิกหมอนรอโทรศัพท์เหมือนสาวน้อยรอแฟนโทรหาแบบนี้หรอก คากามิที่กำลังอยู่ในภาวะแพนิคเต็มสตรีมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์อีกฝ่ายที่แอบไปติดสินบนคนหัวม่วงด้วยขนมให้เอามาให้


ไม่สิๆ ทัตสึยะอาจจะไม่มีเบอร์เราก็ได้น่า…

คิดเข้าข้างตัวเองเสร็จสรรพก็กดเบอร์โทรออกทันที


“ตืด…..ขอโทษค่ะ เลขหมายของคุณมีค่าโทรไม่เพียงพอ กรุณาเติมเงิน”


……………………………..

………………………..

……………………

……………….


“WHATTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTTT!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”


เป็นความอับอายครั้ง...ไม่แรกหรอก ในชีวิตนี้ที่จะไม่ยอมให้ใครรู้เลยทีเดียว คากามิเดินปึงปังลงไปจากที่พักเพื่อเติมเงินโทรศัพท์แล้วกดโทรออกเดี๋ยวนั้นเลย


“ตืดดด”


เอาล่ะ...จะทักยังไงดีไม่ให้ดูมีพิรุธดีนะ… ‘เฮ้ ทัตสึยะ ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีรึเปล่า วันนี้วันอะไรจำได้ไหม’ ….จะบ้าเรอะ! แบบนั้นก็ไม่ต่างกับโทรไปทวงวันเกิดน่ะสิ แม้จุดประสงค์จะเป็นแบบนั้นก็เถอะ แต่ชัดเจนไปรึเปล่า!


“ตืดดดดด”


งั้นตัดเหลือแค่ … ‘ไงทัตสึยะ ไม่ได้เจอกันนานนะ...สบายดีรึเปล่า’  ดีไหม… บ้าจริง! ใครจะโทรไปถามสารทุกข์สุขดิบกันตอนเที่ยงคืนครึ่งเล่า!!!


“ตืดดดดดดดดด”


ความกล้าที่เคยพองโตนั้นฟีบหดเหลือแค่สองมิลลิเมตรทันทีเมื่อเสียงรอสายยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง จนถึงตอนนี้แหละที่เขากำลังคิดว่าจะวางสายดีไหมนะ เสียงกดรับสายจากอีกฝ่ายก็ดังขึ้นมา


“ไทกะ?” เสียงเรียบๆแต่นุ่มนวลของอีกฝ่ายฟังดูแปลกกว่าเก่าเล็กน้อย บางทีเขาอาจจะไปโทรปลุกอีกฝ่ายก็ได้มั้ง


“อ...เอ่อ...ไง ทัตสึยะ” เท่านั้นแหละ โพยที่เคยเตรียมไว้มากมายก็พลันมลายหายไปจากหัวจนหมด คากามิรู้สึกตัวเองเป็นคนโง่ แต่จะทำยังไงได้เล่า มันไม่ใช่ความผิดเขานี่นา


แต่คนที่โทรไปมันก็เขาไม่ใช่รึไง…


คิดแล้วก็อดกุมขมับเครียดกับตัวเองไม่ได้จริงๆ


“มีอะไรรึเปล่า?” ปลายสายยังคงถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมือนเคย แต่คนที่โทรไปน่ะเหรอ เหงื่อแตกผลั่กๆหาข้ออ้างสารพัดในหัวเต็มที่


“อ..เอ่ออ...อ๋อ! ฉัน..ฉันจะโทรมาถามนายว่าวันหยุดที่ใกล้จะถึงนี้นายมาเล่นบาสกับฉันได้รึเปล่าน่ะ ฮะๆ” ถึงจะหัวเราะแก้เก้อไปแบบนั้นแต่ก็รู้สึกอยากต่อยตัวเองตายสักหมัด บ้าเอ้ย เขาเพิ่งแพ้เราไปหมาดๆยังจะไปชวนเขาอีกเรอะ!


“...” เสียงปลายสายเงียบไปจนเริ่มหวั่นใจว่าทำถูกรึเปล่า คากามินับหนึ่งถึงสามในใจแล้วกำลังจะพูดต่อ เสียงหัวเราะอย่างขบขันก็ดังตามมา “..นายโทรมาหาฉันตอนนี้เพื่อเรื่องนี้น่ะเหรอ?”


นั้นไง… คากามิอยากกัดลิ้นตายกับความโง่ของตัวเองจริงๆ


“เอ่อ…” ยังไงเขาก็โกหกคนๆนี้ไม่ได้หรอก คากามิขยี้หัวพลางเดินไปเรื่อยๆตามถนนที่ร้างผู้คน เขาคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรดี ทวงของขวัญเหรอ...กับคนที่ไม่ได้เจอกันมานานขนาดนี้เนี่ยนะ…


“ได้ ฉันจะไป” อยู่ๆคนปลายสายก็พูดขึ้นมาแม้ยังคงเสียงขบขันอยู่ไม่น้อย คากามินึกโล่งอกก่อนจะพยายามหาเรื่องคุยต่อ


“เออ...คือว่า...ฉัน…”


“ไทกะ” อยู่ๆคนปลายสายก็พูดขึ้นมา คากามิไม่รู้ว่ามันดังกว่าปกติแบบแปลกๆรึเปล่าแต่ก็เงี่ยหูฟัง


“มีอะไรเหรอทัตสึยะ?” หัวใจของเขาเต้นโครมคราม อีกฝ่ายจะจำวันเกิดเขาได้รึเปล่านะ หรือจะว่าเรื่องที่เขาโทรมากวนกัน


“อา...ไม่มีอะไร” ถ้าอีกฝ่ายอยู่ตรงหน้าเขาคงจะจับเขย่าเป็นร้อยทีแล้วค่อยง้างปากสวยๆนั้นให้พูดออกมาให้ได้ แต่ทว่าตอนนี้อีกฝ่ายด้วยอยู่ถึงอากิตะไงเขาเลยทำไม่ได้ แต่ก่อนที่จะได้พ่นไฟใส่สายโทรศัพท์ อีกฝั่งที่เหมือนรู้ก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน “งั้นฉันวางนะ ราตรีสวัสดิ์ ไทกะ”


“อ้าว..เฮ้ย!! ทัตสึยะ! ทัตสึยะ!!!” ทีนี้ล่ะพ่อเสือไฟก็ได้พ่นไฟใส่โทรศัพท์ของจริง เขานั่งยองๆกับพื้นแล้วทึ้งหัวตัวเองไปมาอย่างหมดหนทาง


โอ๊ยยย เจ้างั่งงามิเอ๊ยยยยย ด่าตัวเองไปแบบนั้นแต่ก็อดเศร้าไม่ได้ คนตัวใหญ่คอตกอยู่ได้สักพัก อยู่ๆโทรศัพท์ก็แผดเสียงดังลั่นขึ้นมาจนต้องยกขึ้นมาดู พอเห็นว่าเป็นเบอร์ใครก็รีบกดรับแทบไม่ทัน


“ท...ทัตสึยะ!?”


“ทำไมเสียงเป็นแบบนั้นล่ะ” เสียงปลายสายยังคงขำเล็กน้อย คากามิขมวดคิ้วก่อนจะพยายามฟังเสียงจากในโทรศัพท์ที่เงียบไป คิ้วสองแฉกขมวดเข้าหากันใจจดใจจ่อพยายามฟังประโยคถัดไปของอีกฝ่าย


“ฉันลืมไปว่า… Happy Brithday นะ… ไทกะ” อยู่ๆเสียงที่ควรอยู่ในโทรศัพท์ก็ออกมากระซิบที่ข้างหู คากามิเบิกตากว้างหันขวับไปหาใครบางคนที่ควรอยู่ที่อากิตะแทนที่จะเป็นโตเกียวเช่นกัน


“ทัต...สึยะ?” ความรู้สึกจุกที่ลำคออย่างบอกไม่ถูก เขาจำไม่ได้ว่ากดวางสายโทรศัพท์ไปหรือปล่อยมันทิ้งไว้ที่พื้นแถวๆนั้น จำได้ก็แต่วงแขนที่โอบรัดอีกฝ่ายเข้ามาจนจมอกแล้วความอบอุ่นของร่างกายอีกฝ่าย


“ฮะๆ เป็นเด็กขี้อ้อนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ” คนตัวผอมกว่าหัวเราะด้วยน้ำเสียงสดใส ฝ่ามือขาวเอื้อมขึ้นมาตบหลังคนกอดเบาๆ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้แต่ส่ายหัวไปมาซุกไหล่ตัวเองอยู่อย่างนั้น


“ของขวัญปีนี้น่ะ...ชอบหรือเปล่า?”


I love it very much!!”


Comment

Comment:

Tweet